Review : Silent Hill Shattered Memories [Wii]

ฉันเป็นใคร ……
ฉันมาทำอะไรที่นี่ …….
นี่คือความรุ้สึกทุกครั้งที่ได้เล่นเกม Silent Hill เกมสยองขวัญจิตหลอนที่ต้องแฟนพันธ์แท้เท่านั้น ถึงจะเข้าถึงความหลอนของเกมนี้ได้ และ Silent Hill Shattered Memories, ภาคล่าสุดที่ย้ายมาให้สตูดิโอ Climax ของฝรั่งทำ ก็ยังหนีไม่พ้นทฤษฏีนี้
Shattered Memories เป็นเกมที่ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซปดั้งเดิมของ Silent Hill, คือความสยองที่ผ่านมุมมองทางจิตของตัวละครเอก ซึ่งเป็นความน่ากลัวในเชิงจินตนาการเสียมากกว่าความเป็นจริง อย่างไรก็ตามทางผู้สร้างให้คำเน้นย้ำไว้แต่แรกว่าภาคนี้จะเป็นการ Re-Image หรือปรับปรุงภาพลักษณ์ของซีรี่ส์Silent Hill เสียใหม่ หลังจากที่ออกแบบแนวเดิมๆมาถึง 6 ภาคด้วยกัน

จุดเด่นที่ชัดเจนของเกมนี้เลยที่สัมผัสได้คือการออกแบบมาให้เล่นกับ Wiimote โดยเฉพาะ ส่วนสำคัญของตัวเกมไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนมุมกล้องผ่านการถือไฟฉาย ที่ให้ Wiimote เราเป็นเสมือนไฟฉาย, การแก้ปริศนาที่ต้องมีการทำแอคชั่นผ่านมือต่างๆที่ให้เราทำท่าทางนั้นๆจริงๆ ตามในเกม, หรือการใช้ Wiimote เป็นเสมือนโทรศัพท์มือถือเวลามีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาตัวเอกของเรา เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ทำมาได้ดีมากๆ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่รู้สึกว่าการเล่นด้วย Wiimote มันต้องทำออกมาแบบนี้แล่ะ และก็สามารถบอกได้เลยว่าเกมในเวอร์ชั่นเครื่องอื่น จะไม่ได้รับรู้อรรถรสตรงนี้ได้ดีเท่านี้แน่ๆ

สำหรับตัวแอคชั่นของเกมนั้นหลักๆจะยังคงคล้ายของเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจทาง แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่เราจะหลงหรือวิ่งไปวิ่งมามีค่อนข้างน้อย เพราะเกมออกแบบเนื้อเรื่องและเหตุการณ์ให้เป็นเส้นตรง และการสำรวจฉากเพื่อเก็บของลับ โดยส่วนใหญ่จะมีแค่การหากุญแจ ซึ่งจะปรากฏอยู่ใกล้กับจุดที่ต้องใช้มาก (ถ้าจำไม่ผิด แทบทุกดอกอยู่ในห้องเดียวกันกับที่ต้องปลดล้อคหมดเลย) , ส่วนการสำรวจไอเทมลับ เพื่อเก็บความทรงจำนั้นก็ไม่ได้มีความจำเป็นต่อการผ่านฉาก แต่เป็นเพียงเพื่อการสะสมไอเทมให้ได้ครบตอนจบเกมเท่านั้นเอง ดังนั้นตลอดเวลาจะเป็นการวิ่งหาทางไปเสียมากกว่า นอกจากนี้ปริศนาประตูล้อคเยอะๆก็หายไปหมด ผู้เล่นแทบจะไม่มีโอกาสต้องวิ่งวนไปหาทางเปิดประตูเลย อย่างที่บอกว่าค่อนข้างต้องวิ่งเป็นเส้นตรง ไม่ต้องวกวนให้ิเวียนหัวมากมาย

ลักษณะการดีไซน์รูปแบบการดำเนินเกมนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ชัดเจนในคอนเซปของตัวเอง เกมจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือการสำรวจไปในโลกปกติ, การผจญภัยในโลกน้ำแข็ง (โลกอีกมิติ), ฉากเนื้อเรื่อง และ ฉากพบหมอจิตแพทย์ ซึ่งทั้งหมดจะเป็น sequence สลับกันไปมา ซึ่งมีข้อเสียตรงที่เมื่อเล่นไปเรื่อยๆจะเริ่มรู้สึกจำเจ เพราะ sequence ของเกมที่จะเกิดขึ้นมันชัดเจนมากเกินไปจนเดาได้
สำหรับการสำรวจในโลกปกติ เราจะได้ค้นหาทางไปเรื่อยๆ ได้เจอฉากเนื้อเรื่องกับผู้คนไปเรื่อยๆ จนเมื่อมาถึงจุดๆนึงซึ่งจะ Trigger โลกให้กลายเป็นอีกมิติ ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนแปลงจากการเป็นโลกหมอกและโลกสนิมมาเป็นโลกตอนกลางคืนและ โลกน้ำแข็งแทน เมื่อเข้าสู่โลกน้ำแข็ง เป้าหมายโดยหลักจะมีแค่การวิ่งหาทางหนีไปให้ได้จนถึงจุดหมาย (ซึ่งเริ่มต้นมาจะไม่บอกอะไรเลย ปล่อยให้เราวิ่งไปซักพักจนมันเป้าหมายขึ้นในแผนที่) และในโลกนี้จะมีผีเด็กคอยตามไล่กอดเรา ทุกครั้งที่ผีเด็กกอดเรา พลังเราก็จะลด ถ้าปล่อยให้ผีเด็กกอดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เราก็จะตาย ต้องเริ่มใหม่จากจุด Checkpoint ล่าสุด การออกแบบฉากในโลกน้ำแข็งจะใช้ฉากโลกปกติเป็นหลัก แต่มีการสร้างประตูเพิ่มเข้ามาค่อนข้างเยอะ โดยใจความสำคัญคือเพื่อจะให้เราวิ่งหาทางลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ และเนื่องจากการออกแบบฉากเกมนี้ไม่ได้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน บวกกับส่วนใหญ่เป็นเส้นตรง ดังนั้นหลายครั้งผู้เล่นจะพบว่าตัวเองวิ่งวนกลับมาอยู่ที่เดิม ถึงแม้จะมีเป้าหมายบอกในแผนที่ แต่ตัวแผนที่ไม่สามารถนำมาดูบนหน้าจอแบบ Realtime ได้ ถ้าจะดูก็ต้องกดเข้าโทรศัพท์ ซึ่งก็จะทำให้ตัวเอกวิ่งไม่ได้ และถ้าเป็นจุดที่มีผีเด็กวิ่งไล่ โอกาสที่จะได้ดูแผนที่จึงแทบไม่มี ดังนั้นง่ายๆเลยคือ คุณจะได้วิ่งหน้าตั้งอย่างเดียว จนกว่าจะเจอเป้าหมาย

อย่างไรก็ตามระหว่างการวิ่งหนี เกมจะมีจุดให้เราสามารถเข้าไปหลบพักได้ (เช่นตู้เสื้อผ้า) หรือแม้แต่การปัดของเพื่อกันให้ผีเด็กวิ่งช้าลง ซึ่งพอเอาจริงๆแล้ว แทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะการซ่อนตามจุดต่างๆ ไม่เคยทำให้เราซ่อนได้พ้นเลย (จริงๆนะ) , การปัดสิ่งกีดขวางก็ทำให้ผีเด้กช้าลงแค่แป้บเดียว เพราะมันก็จะสามารถกระโดดข้ามมาได้อยู่ดี สิ่งที่มีประโยชน์จริงๆในการวิ่งหนีผีเด็กก็คือพลุไฟ ซึ่งเป็นไอเทมอันเดียวที่เราสามารถเก็บได้ไว้กันไม่ให้ผีเด็กเข้ามากอด แต่พลุไฟเองก็มีจำกัดและอยู่ได้แค่ระยะเวลาสั้นๆ เราไม่สามารถต่อสู้หรือทำอะไรได้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าอึดอัดและน่ารำคาญมากพอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่ชินกับการเล่นเกมสยองขวัญที่ตัวเอกทำแอคชั่น ได้จำกัดจำเขี่ยเช่นนี้

รูปแบบปริศนาของเกมนี้ยังคงสไตล์แนวเดิม แต่มีความน่าสนใจมากขึ้นเพราะมีมุขที่ค่อนข้างแปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมุขที่ต้องใช้คู่กับ Wiimote, และบอกลาการอ่านไฟล์ยาวๆเพื่อแปลความหมายหรือหารหัสเปิดประตูได้เลย เพราะเกมนี้ไม่มีแบบนั้นแม้แต่จุดเดียว หากมองจริงๆแล้วปริศนาส่วนใหญ่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปริศนาง่ายๆแต่แปลกตรง วิธีการหามาด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่จุดปริศนาเองไม่ได้มีเยอะมาก เพราะอย่างที่บอกว่าเกมค่อนข้างเป็นเส้นตรง
ระหว่างการเล่นจะมีการสลับกลับมาที่จิตแพทย์ ซึ่งจะคอยคุยและถามคำถามเรา รวมถึงการให้เราทำนู่นนี่นั่นเพื่อเป็นการทดสอบสภาพจิตใจ นี่ถือเป็นระบบที่เป็นจุดเด่นที่สำคัญของเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะทุกคำตอบที่เราตอบในช่วงการคุยกับจิตแพทย์ จะส่งผลต่อเนื้อเรื่อง, เหตุการณ์ และตัวละครที่จะปรากฏในเกมถัดมาที่เราจะได้เล่น และที่สำคัญคือฉากจบซึ่งมีหลายแบบตามลักษณะการเลือกเล่นของเรา

ในส่วนของกราฟฟิคนั้นเรียกได้ว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานเกมส่วนใหญ่ของ Wii, อาจจะมีปัญหาบ้างในเรื่องความหยาบหากเล่นบนจอ HDTV (ดังที่เคยบ่นๆ) แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดมาก แสงเงาถือว่าโอเค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นกับแสงเพราะเราแทบจะต้องใช้ไฟฉายส่องหาทางตลอด เวลา แม้บางจุดภาพอาจจะแปลกๆตาไปซักหน่อย (แฟนบางคนบอกว่า Silent Hill 3 ของ PS2 สวยกว่าเลยด้วยซ้ำ) โมเดลตัวละครและฉากคัทซีนไม่ค่อยเด่นมากนัก ฉากการเล่นกับฉากคัทซีนใช้โมเดลเดียวกัน รูปแบบแสงเงาแบบเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำกันปกติในเกมของฝรั่ง ซึ่งจะแตกต่างจากเกมญี่ปุ่น ที่ฉากคัทซีนจะมีการอัพเกรตในส่วนของภาพขึ้นมาพอสมควรเลยทีเดียว

ดนตรีประกอบยังคงได้ Akira Yamaoka มาเป็นคนแต่งให้ แต่ว่าไม่มี Track ไหนเด่นมากจนติดหู แม้แต่เพลงประกอบหลักของเกมก็เพิ่งจะมาได้ยินตอนเปิดไตเติ้ลค้างไว้ งานนี้ไม่ถือว่าเป็น Masterpiece ของ Akira ซักเท่าไหร่นัก แต่อาจจะเพราะโอกาสทื่จะได้โชว์ Track เด่นๆในเกมนี้มีน้อยด้วยล่ะนะ
ความยาวของเกมไม่สั้นไม่ยาว เล่นประมาณสามสี่ชั่วโมงก็สามารถจบได้ การเล่นซ้ำจะมีความน่าสนใจในเชิงของการเปลี่ยนรูปแบบการตอบของเรา เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงในเกม (ที่มีความชัดเจนมากพอควร) ฉากจบมีสี่ห้าแบบ

สรุปโดยรวม Silent Hill Shattered Memories ถือว่าประสบความสำเร็จพอประมาณ ในการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเกมใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสลัดความเป็นเกมสยองขวัญโรคจิต ที่ทีมงานฝรั่งยังทำได้หลอนไม่เท่าญี่ปุ่นก็ตาม ความสนุกของเกมจะเป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบเกมแนวผจญภัยลึกลับ แต่การออกแบบเกมที่ซ้ำไปซ้ำมา และไม่มีการพัฒนาในส่วนของตัวละครและความก้าวหน้าในการเล่น ไม่น่าจะสามารถดึงความสนใจจากผู้เล่นทั่วไปได้มาก และเกมนี้น่าจะยังคงยึดอยู่กับกลุ่มแฟนเดิมมากกว่าที่จะได้รับกลุ่มแฟนใหม่ เพิ่มเข้ามา ซึ่งยังไงซะใครที่ชอบเกมแนวนี้ก็ไม่สมควรพลาดอยู่ดี
I love my Daddy
I love my Daddy
I love my Daddy
————————————————————————————————————
ข้อดี
+ ออกแบบการใช้งานร่วมกับ Wiimote ได้อย่างยอดเยี่ยม
+ การเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เจอระหว่างเล่นจากการตอบคำถามจิตแพทย์เป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก
+ เนื้อเรื่องหักมุมแบบที่เดาไม่ถึงสำหรับหลายๆคน
+ เพลงประกอบแต่งโดย Akira Yamaoka
+ มุขการแก้ปริศนาบางจุดทำได้ดี
ข้อเสีย
- ไม่มีความก้าวหน้าในการเล่น การออกแบบ sequence เกมแบบซ้ำไปซ้ำมาอาจก่อให้เกิดความเบื่อระหว่างเล่นได้
- โลกน้ำแข็งน่าจะถือเป็นจุดอ่อนของเกม และสร้างความรำคาญให้กับการเล่นได้มากกว่าความกลัว
- ระบบแผนที่ไม่มีประสิทธิภาพซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการดู
ขอบคุณบทความจาก http://game.sanook.com/gameupdate/sreview_11050.php

